ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ

E11999735-11หากวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ใครยังไม่มีโปรแกรมไปเที่ยวไหน หรือเบื่อทะเล เซ็งภูเขา อยากหาสถานที่ท่องเที่ยวชิลล์ ๆ ในบรรยากาศสบาย ๆ ก็ลองมาสัมผัสกับแหล่งช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ นั่นก็คือ ภาพ “ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ”ที่เที่ยว ที่ช้อป ที่ชิม รูปแบบใหม่ในหัวหิน-ชะอำ ที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์สำหรับทุกเพศทุกวัยได้แน่นอน เอ้า! พร้อมแล้วก็ไปลุย ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ กันเลยดีกว่า … ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ แหล่งช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ย่านหัวหิน–ชะอำ ที่มาพร้อมสโลแกน Amused Shopping Experience หรือ “สีสันใหม่แห่งประสบการณ์ความสนุก” บนพื้นที่กว่า 60 ไร่ ท่ามกลางสถาปัตยกรรมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศอันงดงามของ เกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ พร้อมสนุกไปกับเครื่องเล่นนานาชนิดที่สั่งตรงจากต่างประเทศ ที่นี่จะมอบสีสันใหม่แห่งประสบการณ์ความสนุก ให้คุณประทับใจมิรู้ลืม เพราะเพียง 2 ชั่วโมง จากกรุงเทพฯ และ 20นาที จากหัวหิน คุณก็จะได้สัมผัสการช้อปปิ้งที่มาพร้อมความสนุกในทุกย่างก้าว โดยการรวมเอาร้านค้าชั้นนำสินค้าที่มีสไตล์เฉพาะตัว งานศิลปะ สวนสนุก และความร่มรื่นของต้นไม้เข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้แรงบันดาลใจในการออกแบบโครงการมาจากบรรยากาศสบาย ๆ ที่สวยงามของสถาปัตยกรรมสีฟ้าขาวบน เกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ อีกทั้งต้นเฟื่องฟ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของเกาะ ก็ยังมีส่วนในการเพิ่มสีสันที่เข้ากันได้ดี

 รวมถึงกริมมิกต่าง ๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่พบเห็นได้บนเกาะซานโตรินี เช่น ทางเดินลายก้อนหินที่จะแทรกตัวอยู่ทั่วทั้งโครงการ ผสานเข้ากับลูกเล่นหลากหลายที่เสริมเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นน้ำพุ งานประติมากรรมที่ใช้สอยได้ เราจึงเชื่อว่าทุกมุมของ “ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ”จะทำให้นักท่องเที่ยวเพลิดเพลินไปกับการบันทึกภาพประทับใจอย่างมีความสุขในทุกบริเวณสำหรับ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ แบ่งเป็น 5โซนหลัก เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของนักท่องเที่ยว ได้แก่ โซนวิลเลจ (Village) ซึ่งได้รวบรวมร้านค้าที่ตอบสนองความต้องการและความชอบได้ทุกเพศ ทุกวัย ที่ไม่เพียงมีสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง แฟชั่นแอคเซสเซอรี่ สินค้าไลฟ์สไตล์ อาร์ตแอนด์เดคคอร์เท่านั้น แต่ยังเปิดรับสินค้าจากผู้ประกอบการ SME ที่มีแนวความคิดอินเทรนด์ไม่ซ้ำใคร ที่สำคัญหากคุณมาเดินช้อปปิ้งในโซนนี้ จะให้ความรู้สึกราวกับกำลังเดินชมร้านรวงบนเกาะซานโตรินี ซึ่งทุกร้าน ทุกแบรนด์ จะออกแบบหน้าร้านให้กลมกลืนกับตัวอาคาร นอกจากนี้ ยังมีส่วนของร้านอาหารชั้นนำ เพสตรี้ช้อป และคาเฟ่ ให้ได้เพลิดเพลินในระหว่างช้อปปิ้งโซนพาร์ค (Park)

เปิดบริการทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00น.วันเสาร์ เวลา 09.00-21.00น. วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-20.00 น. โดยเสียค่าบัตรผ่านประตูเพียงท่านละ 50 บาท  นั่นแน่! เริ่มอยากไปสัมผัสกับความอลังการ สวยงามของ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ แล้วล่ะซิ อะ ๆ จะรอช้าอยู่ทำไม หากมีเวลาก็ออกไปโลดแล่นชมความไฉไลของ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ กันเลยดีกว่า

Posted in Uncategorized | Tagged , , , , , | Comments Off

Car Free Day ปั่น…เปลี่ยนโลกเป็นสีเขียว

images (2)สวัสดีค่ะ  วันนี้เรามาเปลี่ยนบรรยากาศเกี่ยวกับการท่องเที่ยวกันดีกว่า  ซึ่งเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่อยากแนะนำนะคะ  เพราะกระแสของการปั่นจักรยานยุคนี้ถือว่าบูมสุดขีด และมีความหวังเล็ก ๆ ว่าจะจุดกระแสติด อาจเป็นเพราะว่าคนเราสมัยนี้หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมในสภาวะราคาน้ำมันแพง และยังส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายของผู้ขี่  แต่ถึงแม้คนเราจะให้ความสนใจมากเพียงใด หากสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานไม่เอื้ออำนวย ก็ยังเป็นอุปสรรคให้เมืองไทยเป็นเมืองจักรยานยากจะสำเร็จ  หากไปถามนักปั่นก็จะทราบถึงปัญหาทันที อาทิ ถนนขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ บางเส้นทางฝาท่อแบบเป็นรูขวางเป็นแนวยาว ทำให้ล้อรถตกลงไปติดและเกิดอุบัติเหตุ ซ้ำร้ายยังมีพ่อค้าแม่ค้า มอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือรถมาจอดขวางบนทางจักรยาน โดยไม่สนใจว่านี่คือทางจักรยาน ที่หนักไปกว่านั้นคือ ผู้ใช้รถกระแสหลักบนท้องถนนก็มองว่าคนปั่นจักรยานเป็นสิ่งกีดขวางทางจราจร ขณะที่ผู้เกี่ยวข้องก็ไม่เห็นความสำคัญของจักรยานอีกด้วย

 ในโอกาสวันที่ 22 กันยายนนี้ หรือวัน “Car Free Day 2013”  จึงอยากเชิญทุกคนออกมาปั่นจักรยานกันเพื่อประกาศให้คนไทยรู้ว่า พาหนะ 2 ล้อที่ใช้พลังงานคนแบบบริสุทธิ์ ไม่สร้างผลกระทบให้ใครนั้นมีความสำคัญเพียงใด    แต่ไฮไลต์สำคัญคือ วันปลอดรถ ลดโลกร้อน รวมพลคนใช้จักรยาน 23 จุดทั่วกรุง มุ่งสู่ท้องสนามหลวง ส่งเสริมการใช้จักรยานสร้างขบวนจักรยานสีธงไตรรงค์ที่ยาวที่สุดในโลก ก่อนมุ่งสู่ลานเซ็นทรัลเวิลด์พลาซ่า (ราชประสงค์) ประกาศเจตนารมณ์ โดยมีนิทรรศการ กิจกรรมเวที และการออกบูธ ต่าง ๆ มากมาย ขณะเดียวกัน ในวันดังกล่าวยังมีการรณรงค์ให้ประชาชนใช้บริการระบบขนส่งมวลชน ได้แก่ รถไฟฟ้า BTSรถโดยสารบีอาร์ที รถไฟฟ้าใต้ดิน เอ็มอาร์ที รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ รถเมล์ ขสมก. เรือด่วนเจ้าพระยา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาจราจรของกรุงเทพฯ ช่วยลดปัญหาโลกร้อน และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนเมืองหลวงอย่างยั่งยืน

Posted in Uncategorized | Tagged , , , , | Comments Off

เวเนเซีย หัวหิน แหล่งท่องเที่ยวสไตล์อิตาลี

untitledอากาศดี ๆ แบบนี้น่าออกท่องโลกกว้างซะจริงเชียวนั่นแน่! คุณกำลังมองหาที่สถานที่ท่องเที่ยวในต่างประเทศอยู่ใช่ไหม อ๊ะ ๆ ช้าก่อน เพราะวันนี้เรามีที่ใหม่ ๆ ที่ได้กลิ่นอายของยุโรป แถมตั้งอยู่ในประเทศไทยมาฝากกัน นั่นก็คือ เวเนเซีย หัวหิน (The Venezia Hua Hin) ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากมนต์เสน่ห์ของเมืองแห่งสายน้ำอย่าง เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี โดยมีการจำลองเมืองเวนิสมาไว้ที่เมืองไทย ภายใต้แนวคิดที่ว่า เวเนเซีย หัวหิน ที่สุดแห่งประสบการณ์การท่องเที่ยวในบรรยากาศแบบเวนิสแห่งแรกแห่งเดียวในเมืองไทย เวเนเซีย หัวหิน นับว่าเป็นช้อปปิ้ง คอมเพล็กซ์ แห่งใหม่ ซึ่งเป็นโครงการที่จำลองเวนิส ประเทศอิตาลี มาไว้ที่เมืองไทย จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ โดยภายในโครงการมีสิ่งอำนวยความสะดวกสามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการสัมผัสความเป็นเวนิสได้เป็นอย่างดี

 นอกจากนี้ ยังมีการจำลองจัตุรัสเซ็นต์มาร์ค (St. Mark Square) และหอระฆัง (Bell Tower) สัญลักษณ์ของเมืองเวนิส ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลกมาไว้ที่ด้านหน้าโครงการ เพื่อเป็นลานกิจกรรมขนาดใหญ่ และจุดชมวิว อีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเป็นเวนิส คือ แกรนด์คาแนล (Grand Canal) ความยาวกว่า 200 เมตร ที่มีเรือกอนโดลาล่องไปในบรรยากาศเสมือนอยู่ในเวนิสจริง ๆทางด้านสถาปัตยกรรมการออกแบบอาคารในแต่ละโซน จะมีรูปแบบสีสันที่แตกต่างกัน โดยล้อไปกับสถาปัตยกรรมในแต่ละเกาะของเมืองเวนิส ล้อมรอบด้วยการจัดวางภูมิทัศน์ที่งดงาม ประกอบด้วยสวนดอกไม้นานาพรรณ ลานน้ำพุ และงานประติมากรรมที่บ่งบอกความเป็นเวนิสอย่างแท้จริง

ซึ่งภายใน The Venezia ประกอบด้วย Village Zone หรือ Shopping Complex Mall ที่รวบรวมร้านค้าชั้นนำกว่า 300 ร้านค้า ทั้งแบรนด์ทั่วโลกและแบรนด์ชั้นนำของไทย พร้อมทั้งร้านค้าสไตล์อินดี้ หรือร้านค้าขนาดเล็ก อีกหนึ่งมนต์เสน่ห์ของเวนิสด้วย, ดื่มด่ำกับ 30 ร้านอาหาร-เครื่องดื่ม, ล่องเรือ Gondola, มีรถม้า และรถไฟเล็กวิ่งตลอดทั้งโครงการ รวมทั้งเทศกาลไอศกรีมและของหวาน, Seafood Festival และ International Beer & Wine ที่จะจัดเป็นประจำทุกปี

สำหรับ เวเนเซีย หัวหิน ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาออกจากหัวหิน ห่างจากอุโมงค์สนามบิน 700 เมตร เยื้องโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน เพียง 500 เมตร ใกล้จุดกลับรถหน้าปาล์มฮิลล์ กอล์ฟคลับ และมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดเพียง 200 เมตร

Posted in Uncategorized | Tagged | Comments Off

ปางอุ๋ง สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย

untitled3ปางอุ๋ง หรือที่มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า “โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)” นั้น เป็นโครงการในพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่อันตราย อยู่ติดแนวชายแดนพม่ามีกองกำลัง ต่างๆ มีการขนส่ง ปลูกพืชเสพติด รวมไปถึงการบุกรุกพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่าอยู่เสมอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระราชินีนาถจึงมีพระราชดำริให้รวบรวมราษฎรกลุ่มน้อยบริเวณนั้น และ พัฒนาความเป็นอยู่ ส่งเสริม อาชีพปลูกป่า สร้างอ่างเก็บน้ำ โดยมีพระราชประสงค์สร้างความมั่นคงแนวชายแดน พัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้นและฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืนตลอดไป ปางอุ๋ง มีลักษณะเป็นพื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำเป็นทิวสนที่ปลูกเรียงรายกัน ปางอุ๋ง ที่หลายๆ คนอาจยังไม่เข้าใจความหมาย คำว่า “ปาง” ซึ่งหมายถึงที่พักของคนทำงานในป่า ส่วน “อุ๋ง” นั้น เป็นภาษาเหนือหมายถึงที่ลุ่มต่ำคล้ายกระทะใบใหญ่มีน้ำขังเฉอะแฉะ ก็น่าจะหมายถึงที่พักริมอ่างเก็บน้ำนี่เอง ภาพอันสวยงามของไอหมอกที่ลอยเหนือทะเลสาป กับบรรยากาศอันหนาวเหน็บในยามเช้า ทำให้ปางอุ๋ง กลาย เป็น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวมาแรง ยอดฮิต สุดแสนโรแมนติกติดอันดับต้นๆของแม่ฮ่องสอน จนได้รับขนานนาม ว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย” ยิ่งยามพระอาทิตย์ขึ้นจะสะท้อนผืนน้ำผ่านทิวสนและไอหมอกบางๆ ยิ่งเป็นภาพที่สร้างความประทับยากจะลืมเลือน แม้ในกระทั่งเวลาที่หมอกเลือนลางหายไปก็ยังคงความงาม

ที่ปางอุ๋งนอกจากชมบรรยากาศของสายหมอกในยามเช้าแล้ว กิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่พลาดไม่ได้ คือ การนั่งแพ ชมทัศนียภาพและบรรยากาศโดยรอบ รวมถึงชมนกดาราแห่งปางอุ๋ง นั่นก็คือหงส์พระราชทานจากสมเด็จพระราชินี ซึ่งเป็นหงส์ดำและหงส์ขาวอย่างละ 1 คู่ด้วยกันและไม่ควรพลาดที่จะไปชมสวนปางอุ๋งใกล้กับ ที่ทำการของ โครงการพระราชดำริฯ ซึ่งจัดสร้างขึ้นมาเพื่อให้มีพืชพรรณที่กลมกลืนกับสภาพภูมิประเทศบนที่สูงทดแทนไร่ฝิ่น แต่ดั้งเดิมซึ่งไว้ลูกพืชที่ให้ประโยชน์ทางด้านอาหารและยาแพทย์แผนไทย และสร้างความกลมกลืนกับ ภูมิประเทศ เช่น อะโวคาโด พลับ สาลี่ บ๊วยอีกทั้งยังมีการตกแต่งด้วยสวนไม้ ดอกไม้ประดับเมืองหนาว เช่น กุหลาบ ไฮเดรนเยีย พวงแสด อีกทั้งยังมีการพยายามนำพืชและสัตว์ประจำถิ่นของพื้นที่ปางอุ๋งกลับมา เช่น เอื้องแซะและกล้วยไม้ต่างๆ และสัตว์อย่างเขียดแลน อีกด้วย

Posted in Uncategorized | Tagged , , | Comments Off

ทับสะแก ผู้คนของริ้วคลื่นและผืนแผ่นดิน

12

ในช่วงที่มรสุมฤดูร้อนเคลื่อนผ่านแนวขอดแคบของประจวบคีรีขันธ์ มันจะสะกดให้โลกตรงหน้าเราหยุดนิ่ง ทะเลเปี่ยมลม และคลื่นลูกโตทยอยโบยตีชายหาดอย่างไม่ลดละ หลายวันที่นี่ผมมักมานั่งอยู่ตรงสะพานปลาชายทะเลทับสะแกทุกเช้า ฤดูปิดอ่าวซ่อนภาพคึกคักของพวกเขาไว้เพียงในจินตนาการ ที่เห็นตรงหน้าแทบทุกวันคือเรือใดหมึกลำเล็กไม่มาก นักทยอยกลับเข้าฝั่งหลังดวงอาทิตย์แตะแต้มตีนฟ้าหากเป็นยามเย็น แดดอ่อนทอนุ่มในบางวัน สะพานไม้คร่ำคร่าหลงเหลือเพียงผู้คนสายเลือดประมงข้างบนทอดแหลงบนผืนน้ำสีเขียวเข้ม หรือไม่ก็หย่อนเบ็ดทอดอารมณ์ หวังปลาเล็กเป็นอาหารสักมื้อ

บางนาทีในสวนมะพร้าวโบราณอันเหยียดขยาย และหล่อหลอมคนทับสะแกให้มีตัวตนเด่นชัด โลกระหว่างแผ่นดินถิ่นเกิดและการเพาะปลูกของพวกเขาชัดเจนราวกับไม่ใส่ใจคลื่นความเปลี่ยนแปลงรายรอบ ระหว่างห้วงยามแห่งการหยุดนิ่ง ผ่อนพัก ผู้คนถูกตรึงแน่นด้วยพันธนาการจากธรรมชาติ ทั้งมวลมรสุมกลางทะเล ผืนภูเขาห่มฝนที่แนบชิดเคียงใกล้ ใครหลายคนในเมืองประมงเล็ก ๆ ริมอ่าวไทยแห่งหนึ่งบอกสอนกับผู้ที่ผ่านพาตัวเองมาทำความรู้จักบ้านของพวกเขาว่า คำว่า “ฤดูกาล” ล้วนศักดิ์สิทธิ์และเต็มไปด้วยเงื่อนไขที่เราเองอาจต้องโอนอ่อนผ่อนตามอย่างแน่นแท้ มันคือครรลองของทะเลและผืนภูเขาที่หล่อหลอมชีวิตที่อยู่ตรงนั้นให้หยัดยืนคงทน

ชายทะเลทับสะแก…เงียบสงบและชัดเจนความเป็นเมืองประมงอยู่ตั้งแต่รุ่งเช้า มันไร้การปรุงแต่งเรื่องการท่องเที่ยว หาดสีโกโก้อ่อนทอดยาวประดับประดาด้วยเรือไดหมึกก่ายเกย มันเป็นเช่นนี้มาเนิ่นนานตราบเท่าที่วิถีประมงยังคงเดินเคียงคู่คนที่นี่ และพวกเขาไม่เคยหันหลังให้ทะเลแม้ในฤดูใด หมู่บ้านชาวประมงริมทะเลอ่าวไทยเติบโต มั่นคงแข็งแรง เป็นหลักฐานให้ชีวิตเติบโตมาหลายรุ่น ไล่เลยไปตามที่ดินริมอ่าว เราจะเห็นงานซ่อมแซมอุปกรณ์หากินในทะเลแม้ในฤดูมรสุมมาเยือน

Posted in Uncategorized | Tagged , | Comments Off

ปิดเที่ยวอุทยานแห่งชาติฯ 46 แห่ง 1 มิ.ย.-30 ก.ย. ให้ธรรมชาติฟื้นตัว

ปิดเที่ยวอุทยานแห่งชาติฯ 46 แห่ง 1 มิ.ย.-30 ก.ย. ให้ธรรมชาติฟื้นตัว

ปิดเที่ยวอุทยานแห่งชาติฯ 46 แห่ง 1 มิ.ย.-30 ก.ย. ให้ธรรมชาติฟื้นตัวกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ประกาศ ปิดพื้นที่ท่องเที่ยวในอุทยานฯ บางพื้นที่ ช่วงฤดูฝน เพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัว ปิดเที่ยวอุทยานแห่งชาติฯ 46 แห่ง 1 มิ.ย.-30 ก.ย. ให้ธรรมชาติฟื้นตัว ประกาศปิดพื้นที่ท่องเที่ยวในป่าอุทยานแห่งชาติฯ และป่าสงวน 46 แห่ง ในช่วงฤดูฝนและมรสุม วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน พ.ศ. 2556 เพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัว พร้อมปิดท่องเที่ยวทางทะเลในช่วงมรสุมนี้ด้วย นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เผยว่า พื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติฯ และป่าสงวน ใน 46 แห่ง ซึ่งเป็นจุดเปราะบางและไม่เอื้อต่อการท่องเที่ยว จะปิดให้บริการแก่ท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝนและมรสุม ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน พ.ศ. 2556 เพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัว โดยพื้นที่ป่าอุทยานที่ปิดการท่องเที่ยวนั้น ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ปิดบริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติและจุดชมวิวผาเดียวดาย, ภูกระดึงบริเวณยอดภู, ผาแต้ม บริเวณป่าดงนาทาม, ดอยภูคา ดอยสุเทพ-ปุย ดอยหลวง อุทยานแห่งชาติเขาสก อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ฯลฯ และขณะเดียวกันทางภาคใต้ซึ่งจะเข้าสู่ช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ การท่องเที่ยวทางทะเลก็จะปิดในบางพื้นที่ เช่น เกาะเสม็ด บริเวณเกาะทะลุและเกาะกุฎี โดยปิดจนถึงวันที่ 30 กันยายนนี้ และด้าน หมู่เกาะเภตรา, หมู่เกาะลันตา, หมู่เกาะสิมิลัน รวมทั้งหมู่เกาะสุรินทร์ จะปิดถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถสอบถามข้อมูลว่ามีอุทยานฯและบ้างที่ปิดชั่วคราวบ้าง  เพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทาง www.dnp.go.th

Posted in Uncategorized | Tagged , | Comments Off

เที่ยวภูทอกที่บึงกาฬ

เที่ยวภูทอกที่บึงกาฬ

เที่ยวภูทอกที่บึงกาฬภูทอก ในภาษาอีสานภูทอกแปลว่า ภูเขาที่โดดเดี่ยว อยู่ในเขตบ้านคำแคน ตำบลนาสะแบง เป็นภูหินทรายโดดเด่นมองเห็นแต่ไกล ประกอบด้วยภูทอกใหญ่และภูทอกน้อย พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ ได้เริ่มเข้ามาจัดตั้งเป็นแหล่งบำเพ็ญเพียรเพื่อให้พุทธศาสนิกชนปฏิบัติธรรม เนื่องจากเป็นสถานที่เงียบสงบภูทอกน้อย เป็นที่ตั้งของวัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเดินเท้าขึ้นสู่ยอดภูทอก โดยต้องเดินไปตามสะพานไม้เวียนวนรอบเขาสูงชันจนถึงยอด สะพานไม้สร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาจากเหล่าพระภิกษุ สามเณร และชาวบ้าน บันไดที่ทอดขึ้นสู่ยอดภูทอก เปรียบเสมือนเส้นทางธรรมที่น้อมนำสัตบุรุษให้พ้นโลกแห่งโลกียะสู่โลกแห่งโลกุตระหรือโลกแห่งการหลุดพ้นด้วยความเพียรพยายามและมุ่งมั่น จุดเด่นของภูทอกก็คือ สะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบ ๆ ภูทอก แบบ 360 ซึ่งมีทั้งหมด 7 ชั้น ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปีเต็ม จากชั้น 1 – ชั้นที่ 7 จะมีบันไดไม้ให้เดินแบบตรงทอดยาวจนถึงจุดสูงสุดของยอดภูทอก และตั้งแต่ชั้นที่ 3 เป็นต้นไปนักท่องเที่ยวสามารถเดินชมแบบสะพานเวียนรอบเขา ซึ่งจะได้เห็นมุมมองที่แตกต่างไปเรื่อย ๆ ในแต่ละย่างก้าว สำหรับสิ่งศักดิ์สิทธิ์และน่าชมที่สุดของชั้นนี้คือ ปากทางเข้าเมืองพญานาคซึ่งอยู่หลังพระปางนาคปรก มีจุดให้สังเกตคือ มีรอยสีขาวขูดติดกับหินปูน ซึ่งชาวบ้านถือว่าเป็นรอยถลอกที่เกิดจากท้องพญานาคสัมผัสกับหิน และมีบ่อน้ำเล็ก ๆ มีน้ำขังอยู่เกือบตลอดปี การเดินทาง จากตัวเมืองฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 222 ถึงอำเภอศรีวิไล จากอำเภอศรีวิไลเลี้ยวซ้ายไปภูทอก

Posted in Uncategorized | Tagged , | Comments Off

อ่าวหินวง

อ่าวหินวง

อ่าวหินวงอ่าวหินวง (Hin Wong Bay) คืออีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเกาะเต่า (Koh Tao) จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นจุดที่แยกจากจุดอื่นบนเกาะเต่า อ่าวหินวงมีเพียงรีสอร์ทที่เป็นบังกะโลไม่กี่แห่ง อ่าวหินวงเป็นอ่าวหินที่อยู่ในเกาะเต่าเป็นอ่าวที่มีปลายแหลมทั้ง 2 ข้างโค้งเข้าหากัน อ่าวนี้ จะไม่มีหาดทราย จะมีหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่เรียงรายทับซ้อนกันจนได้ชื่อว่า อ่าวหินวง ในช่วงตอนเช้า จะเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ขึ้น ทางตะวันออกของเกาะที่สวยงาม อ่าวหินวง จะเป็นจุดที่มีเรือท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวนิยมมาจอด ดูปะการัง และหอยมือเสือ เนื่องจากน้ำทะเล มีความใสมาก เป็นจุดดำน้ำที่ดีแห่งหนึ่ง และประกอบกับ ลักษณะของอ่าว จะมีรูปทรง เป็นลักษณะที่โค้งเว้า จึงไม่ได้รับอิทธิพล จากมรสุมมากนักทำให้ประการังยังคงสภาพสมบูรณ์มาก นักท่องเที่ยวสามารถเดินทาง มาทางทิศไต้เพื่อที่จะ มาที่อ่าวเมา ชมหินที่ลักษณะเป็นเสี้ยวพระจันทร์ หรือ จะขึ้นไปทางทิศเหนือ เพื่อที่จะมาดำน้ำตื่นดูประการังที่อ่าวมะม่วง ก็ได้อ่าวหินวง เป็นอ่าวที่อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของเกาะเต่า ห่างจากอ่าวแม่หาดประมาณ 2.5 กิโลเมตร ฉะนั้น นักท่องเที่ยวสามารถเดินทาง ไปได้โดย ขึ้นรถสองแถว ค่าบริการคนละ 50 บาท หรือว่าจะนั่งเรือหางยาวไปก็ได้ คิดค่าบริการเรือคนละ 100 บาท นักท่องเที่ยวไม่ควรขี่มอเตอร์ไซต์ไปเอง เนื่องจากระยะทางที่ไปอ่าวนั้นเป็นระยะทางที่เป็นถนนลูกรัง อาจจะเกิดอันตรายได้   อ่าวหินวงเป็นอ่าวที่ปลายแหลมทั้งสองข้างโค้งเข้าหากัน ไม่มีหาดทราย ตลอดอ่าวเต็มไปด้วยหินขนาดใหญ่เรียงรายทับซ้อนกันจนได้ชื่อว่าอ่าวหินวง ยามเช้าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามเนื่องจากตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะ อ่าวหินวงเป็นจุดที่เรือนำเที่ยวนำยมพานักท่องเที่ยวมาดำน้ำดูปะการังและหอยมือเสือเนื่องจากน้ำใสมาก เป็นจุดดำน้ำชมปะการังที่ดีแห่งหนึ่ง เนื่องจากอ่าวโค้งเว้าเข้ามาเหมือนปิดตัว ไม่ได้รับผลกระทบจากคลื่นลมมากนักจึงรักษาปะการังไว้ได้มาก

Posted in Uncategorized | Tagged , | Comments Off

เทศกาลกินกุ้ง กินปลา เจ้าพระยาชัยนาท

e37eeb9b3f45477b4cadbde0d0a31692ชัยนาทแปลตามศัพท์มีความหมายว่า “ชัยชนะที่มีเสียงบันลือ” เป็นเมืองโบราณเมืองหนึ่ง ตัวเมืองเดิมอยู่บริเวณฝั่งขวาแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากคลองแพรกศรีราชา ใต้ปากน้ำเก่า สันนิษฐานว่าคงจะสร้างขึ้นในสมัยพญาเลอไทครองกรุงสุโขทัยระหว่าง พ.ศ. 1860-1879 เมืองแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า เมืองแพรกหรือเมืองสรรค์ มีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านทางใต้ เมื่อกรุงสุโขทัยเสื่อมอำนาจลง เมืองแพรกได้กลายเป็นเมืองหน้าด่านทางตอนเหนือของกรุงศรีอยุธยา ต่อมาได้เกิดชุมชนใหม่ไม่ไกลจากเมืองสรรค์ มีเจ้าสามพระยาเป็นผู้ครองเมือง ซึ่งต่อมาได้ขึ้นครองกรุงศรีอยุธยา ทรงพระนามว่า สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 เมืองที่เกิดขึ้นใหม่นี้เป็นเมืองใหญ่ มีชื่อว่า ชัยนาท ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ย้ายตัวเมืองจากบริเวณแหลมยาง มาตั้งตรงฝั่งซ้ายแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนเมืองสรรค์นั้นเสื่อมลงเรื่อย ๆ เพราะผู้คนอพยพมาอยู่ที่ชัยนาทเป็นส่วนใหญ่ ในที่สุดก็กลายเป็นเพียงอำเภอหนึ่งของชัยนาทเท่านั้น

ชัยนาทเป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เคยใช้เป็นที่ตั้งทัพรับศึกพม่าหลายครั้งและมีชัยทุกครั้งไป จึงเป็นที่มาของชื่อเมืองชัยนาทแห่งนี้ จังหวัดชัยนาท ร่วมกับประมงจังหวัดชัยนาท จัดงาน “เทศกาลกินกุ้ง กินปลา เจ้าพระยาชัยนาท” ประจำปี 2556 ในระหว่างวันที่ 12- 16 มิถุนายน 2556 ณ บริเวณเขื่อนเรียงหิน ศาลากลางจังหวัดชัยนาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดชัยนาท จังหวัดชัยนาท ตั้งอยู่ด้านฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นจังหวัดที่มีอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญอีกจังหวัดหนึ่ง มีเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งเป็นเขื่อนแห่งแรกของประเทศไทย ด้วยเหตุนี้ จังหวัดชัยนาท จึงได้กำหนดจัดงานดังกล่าวขึ้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดชัยนาท

สำหรับการจัดกิจกรรม ประกอบด้วย ชมขบวนแห่เรือที่สวยงาม จำนวน 30 – 40 ลำ การแข่งขันตกกุ้ง ตกปลา การประกอบเมนูอาหารปลา การจับปลามหาสนุก การทอดแหวิบาก การจำหน่ายผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ การจำหน่ายสินค้า OTOP และอาหารพื้นบ้าน ฯลฯ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประมงจังหวัดชัยนาท โทร. 0 5641 1301, 08 9457 4790

Posted in Uncategorized | Tagged | Comments Off

สายน้ำสีมรกตที่เอราวัณ

สายน้ำสีมรกตที่เอราวัณ

สายน้ำสีมรกตที่เอราวัณน้ำตกเอราวัณ เป็นอีกน้ำตกหนึ่งที่ขึ้นชื่อของ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นน้ำตกที่สวยงามบนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ มีระยะทางยาวประมาณ 1,500 เมตรติดต่อกัน เดิมมีชื่อว่า “น้ำตกสะด่องม่องลาย” ตามชื่อลำห้วยม่องลายซึ่งเป็นต้นน้ำของน้ำตก แต่ด้วยลักษณะน้ำตกชั้นที่ 7 ของที่นี่มีลักษณะคล้ายหัวช้างเอราวัณ 3 เศียร จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ น้ำตกเอราวัณ ซึ่งเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปเป็นอย่างดี น้ำตกเอราวัณ นี้มีด้วยกันทั้งหมด 7 ชั้น แต่ละชั้นจะมีชื่อที่คล้องจองกัน เริ่มจาก ชั้นที่ 1 ไหลคืนรัง เป็นน้ำตกชั้นเล็ก ๆ ที่เหมาะกับการนั่งเล่นรับลมพักผ่อน ชั้นที่ 2 วังมัจฉา เหมาะกับการลงเล่นน้ำ เพราะมีแอ่งให้ลงไปแวกว่ายได้ และมีฝูง “ปลาพลวง” อาศัยอยู่ในน้ำด้วย ชั้นที่ 3 ผาน้ำตก ชั้นนี้น้ำตกจะตกลงมาในระดับสูง นักท่องเที่ยวสามารถไปยืนบริเวณน้ำตกเพื่อเล่นน้ำได้ ชั้นที่ 4 อกผีเสื้อ ชั้นนี้มีจุดเด่นในการเล่นสไลด์เดอร์ไหลลื่นตกลงมายังแอ่งน้ำด้านล่าง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบความตื่นเต้น ชั้นที่ 5 เบื่อไม่ลง เป็นชั้นที่กินพื้นที่กว้างสามารถเล่นน้ำได้ ชั้นที่ 6 ดงพฤกษา ชั้นนี้ถูกล้อมรอบด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ ชั้นที่ 7 ภูผาเอราวัณ เป็นชั้นสุดท้ายซึ่งเป็นชั้นที่สวยงามมาก โดยแต่ละชั้นของ น้ำตกเอราวัณ จะมีลักษณะเป็นอ่างสามารถเล่นน้ำได้ และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเอราวัณ มีระยะทางประมาณ 1,060 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เดินผ่านป่าดิบเขา จุดชมวิวและป่าผลัดใบที่สวยงาม ท่านจะได้รับความรู้และความเพลิดเพลินในการชื่นชมธรรมชาติที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง ใครที่ต้องการสัมผัสความสวยงามของธรรมชาติ น้ำตกเอราวัณ คงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม

Posted in Uncategorized | Tagged | Comments Off